ความปลอดภัยของการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในเด็กภูมิแพ้ที่แพ้ไข่

การศึกษาสหสถาบันจากสหราชอาณาจักรชนิดไปข้างหน้าโดยดำเนินการใน 12 โรงพยาบาลพบว่าการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด intranasal live attenuated influenza vaccine ในเด็กภูมิแพ้ (atopic children) ที่มีประวัติแพ้ไข่ชนิดเฉียบพลัน (IgE-mediated food allergy to egg) ที่เชื่อถือได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด มีประวัติ challenge ด้วยไข่ได้ผลเป็นบวก หรือมีประวัติการแพ้ร่วมกับมีผลการทดสอบผิวหนังหรือผลการตรวจ specific IgE ต่อไข่ได้ผลเป็นบวก จำนวนทั้งหมด 278 ราย เป็นจำนวน 426 doses ผลปรากฎว่าไม่มีผู้ใดมีอาการแพ้ชนิด anaphylaxis เกิดขึ้น โดยมีรายงานการเกิดอาการเล็กน้อยที่หายได้เองและอาจเข้าได้กับการแพ้แบบเฉียบพลันเพียง 8 ราย และมีรายงานการเกิดอาการในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (lower respiratory tract symptoms) เช่นรายงานการเกิดเสียง wheeze ในเด็กจากผู้ปกครอง ใน 9.4% ของเด็กที่ได้รับวัคซีนดังกล่าวทั้งหมดซึ่งไม่ต้องได้รับการดูแลรักษาเพิ่มเติมเป็นพิเศษหรือต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยของการให้ live attenuated influenza vaccine ในเด็กที่มีประวัติแพ้ไข่ และสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในเด็กที่เป็นโรคหืดหรือมีประวัติ recurrent wheeze
J Allergy Clin Immunol. 2015 Aug;136(2):376-81.

Thiazolidinediones อาจช่วยลดอาการกำเริบของโรคหืดในผู้ป่วยเบาหวาน


      การศึกษาจากเวชระเบียนในกลุ่มทหารผ่านศึกอเมริกันจำนวน 13,528 รายที่ได้รับยารักษาเบาหวานและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหืด โดยมีผู้ได้รับยาในกลุ่ม thiazolidinediones ซึ่งออกฤทธิ์โดยการกระตุ้น peroxisome proliferator-activated receptor gamma และมีฤทธิ์ต้านอักเสบ (anti-inflammatory properties) อาทิ เช่น rosiglitazone หรือ pioglitazone จำนวน 2,178 ราย และไม่ได้รับยากลุ่มดังกล่าวจำนวน 10,700 ราย พบว่าผู้ที่ใช้ยา thiazolidinediones มีความเสี่ยงในการเกิดอาการหืดกำเริบ (OR = 0.79, 95% CI, 0.62 - 0.99)  และการถูกสั่งยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน (OR = 0.73, 95% CI 0.63 - 0.84) ที่ลดลง
       เมื่อทำการวิเคราะห์ในกลุ่มที่รับประทานยาเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ พบว่าความเสี่ยงในการเกิดอาการกำเริบของโรคหืดและถูกสั่งยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานจะยิ่งลดลงอีก (OR = 0.64, 95% CI 0.47 - 0.85 และ OR = 0.68, 95% CI 0.57 - 0.81 ตามลำดับ) บ่งชี้ว่าฤทธิ์ต้านอักเสบของ thiazolidinediones อาจมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาโรคหืดได้


การทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนังควรแปลผลเทียบกับการตอบสนองของฮิสตามีน


การทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนังส่วนใหญ่รายงานผลเป็น wheal diameter ตามขนาดของ wheal ที่เกิดจากสะกิดด้วยสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากเทคนิคการตรวจที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล คณะนักวิจัยจากสวีเดนเปรียบเทียบวิธีการแปลผลการทดสอบภูมิแพ้ต่อ timothy pollen สองวิธีด้วยการเทียบกับการตอบสนองของฮิสตามีนและไม่เทียบกับฮิสตามีน พบว่าการแปลผลด้วยวิธีที่ไม่เทียบกับฮิสตามีนสามารถให้ค่าแตกต่างกันถึง 15 เท่าในการประเมิน biologic activity ซึ่งความแตกต่างนี้จะถูกขจัดไปเมื่อประเมินด้วยวิธีเปรียบเทียบกับการตอบสนองของฮิสตามีน ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการแปลผลการทดสอบเทียบกับผลของฮิสตามีนน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าที่จะลดความคลาดเคลื่อนอันเกิดจากเทคนิคการตรวจที่แตกต่างกันในแต่ละสถาบัน  Int Arch Allergy Immunol. 2015;166(1):77-80. 
[May25, 2015]

ผู้ที่แพ้ยา cephalosporin แบบเฉียบพลัน สามารถเลี่ยงไปใช้ยา cephalosporins ชนิดอื่นๆได้


นักวิจัยจากอิตาลีทำการศึกษาในผู้ที่มีประวัติแพ้ยา cephalosporins แบบเฉียบพลันและมีผล skin test เป็นบวก จำนวน 102 ราย โดยเป็นกลุ่มที่แพ้ยา cephalosporins ที่ใช้บ่อย 73 ราย กลุ่มผู้ที่แพ้ยา aminocephalosporins 13 ราย กลุ่มที่แพ้ยา cephalosporins ชนิดอื่นๆ 7 รายและผู้ที่แพ้ยา cephalosporins อย่างน้อย 2 กลุ่ม 9 ราย และนำมา challenge ด้วย cephalosporins ชนิดอื่นที่ไม่เคยแพ้เพื่อเป็น alternative drugs (ceftibuten, cefazolin, cefaclor, cefuroxime axetil,และ ceftriaxone)  พบว่าทุกรายสามารถรับยาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่พบว่ามีการแพ้ยา cephalosporin ข้ามกลุ่ม  งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่แพ้ยา cephalosporins สามารถได้รับยา cephalosporin ชนิดอื่นที่มี side-chain determinants ต่างกันได้อย่างปลอดภัยหลังจากผลการทำ skin test ต่อยานั้นให้ผลเป็นลบ 
J Allergy Clin Immunol. 2015 Apr 27.
[May24, 2015]

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ชนิด exclusive breast feeding อาจไม่ช่วยป้องกันการเกิด allergen sensitization หรือป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้เมื่อติดตามจนเด็กมีอายุ 7 ปี

การศึกษาชนิดติดตามไปข้างหน้าในเด็กจำนวน 335 ราย ที่อยู่ใน the Copenhagen Prospective Study on Asthma in Childhood2000 birth cohort จากเดนมาร์ค ในมารดาที่มีประวัติเป็นโรคหืด  ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่มี exclusive breast feeding กับ allergen sensitization ด้วยการตรวจ specific IgE และ skin test ต่อสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยในอาหารและอากาศเมื่อติดตามจนเด็กมีอายุ 6 ปี หรือมีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ภาวะหืดหรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (eczema, wheeze/asthma และ allergic rhinitis) เมื่อเด็กมีอายุ 7 ปีแต่อย่างใด

การค้นพบ mast-cell-specific receptor ที่สำคัญต่อการเกิด pseudo-allergic drug reactions


นักวิจัยจาก Johns Hopkins University และคณะ ค้นพบว่า Mrgprb2  ซึ่งเป็น secretagogue receptors บน mast cells  ในหนู mice ที่เป็น orthologue คล้ายคลึงกับ G-protien-coupled receptor MRGPRX2 ในมนุษย์ เป็น receptor ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดปฏิกิริยาแพ้ยาชนิด pseudo-allergic reactions โดยพบว่ายาหลายชนิดที่ทำให้เกิดการแพ้ชนิด anaphylactoid อาทิเช่น atracurium และ ciprofloxacin เป็นต้น สามารถก่อให้เกิด mast cell activation ผ่านการกระตุ้น receptor ดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องมี drug-specific IgE แต่อย่างใด
Nature. 2014 Dec 17.
[December22, 2014]

การเพิ่ม sedating H1-antihistamine ก่อนนอน ให้แก่ผู้ป่วยลมพิษเรื้อรังที่ได้รับ non-sedating 2nd generation antihistamine อยู่แล้ว ไม่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหรือการควบคุมความรุนแรงของโรคดีขึ้น



การศึกษาชนิด randomized, double-blind, crossover study จาก Bulgaria พบว่าการให้ยา hydroxyzine 50 mg ก่อนนอน ร่วมกับการให้ levocetirizine 15 mg ต่อวัน มีประสิทธิภาพในการควบคุมความรุนแรงของอาการลมพิษและคุณภาพชีวิต ไม่แตกต่างจากการได่รับเพียง levocetirizine 20 mg ต่อวัน แต่เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นแล้วยังจะทำให้มีความรู้สึกง่วงนอนตอนกลางวัน (daytime somnolence) มากขึ้นอีกด้วย