Thiazolidinediones อาจช่วยลดอาการกำเริบของโรคหืดในผู้ป่วยเบาหวาน


      การศึกษาจากเวชระเบียนในกลุ่มทหารผ่านศึกอเมริกันจำนวน 13,528 รายที่ได้รับยารักษาเบาหวานและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหืด โดยมีผู้ได้รับยาในกลุ่ม thiazolidinediones ซึ่งออกฤทธิ์โดยการกระตุ้น peroxisome proliferator-activated receptor gamma และมีฤทธิ์ต้านอักเสบ (anti-inflammatory properties) อาทิ เช่น rosiglitazone หรือ pioglitazone จำนวน 2,178 ราย และไม่ได้รับยากลุ่มดังกล่าวจำนวน 10,700 ราย พบว่าผู้ที่ใช้ยา thiazolidinediones มีความเสี่ยงในการเกิดอาการหืดกำเริบ (OR = 0.79, 95% CI, 0.62 - 0.99)  และการถูกสั่งยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน (OR = 0.73, 95% CI 0.63 - 0.84) ที่ลดลง
       เมื่อทำการวิเคราะห์ในกลุ่มที่รับประทานยาเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ พบว่าความเสี่ยงในการเกิดอาการกำเริบของโรคหืดและถูกสั่งยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานจะยิ่งลดลงอีก (OR = 0.64, 95% CI 0.47 - 0.85 และ OR = 0.68, 95% CI 0.57 - 0.81 ตามลำดับ) บ่งชี้ว่าฤทธิ์ต้านอักเสบของ thiazolidinediones อาจมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาโรคหืดได้


การทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนังควรแปลผลเทียบกับการตอบสนองของฮิสตามีน


การทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนังส่วนใหญ่รายงานผลเป็น wheal diameter ตามขนาดของ wheal ที่เกิดจากสะกิดด้วยสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากเทคนิคการตรวจที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล คณะนักวิจัยจากสวีเดนเปรียบเทียบวิธีการแปลผลการทดสอบภูมิแพ้ต่อ timothy pollen สองวิธีด้วยการเทียบกับการตอบสนองของฮิสตามีนและไม่เทียบกับฮิสตามีน พบว่าการแปลผลด้วยวิธีที่ไม่เทียบกับฮิสตามีนสามารถให้ค่าแตกต่างกันถึง 15 เท่าในการประเมิน biologic activity ซึ่งความแตกต่างนี้จะถูกขจัดไปเมื่อประเมินด้วยวิธีเปรียบเทียบกับการตอบสนองของฮิสตามีน ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการแปลผลการทดสอบเทียบกับผลของฮิสตามีนน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าที่จะลดความคลาดเคลื่อนอันเกิดจากเทคนิคการตรวจที่แตกต่างกันในแต่ละสถาบัน  Int Arch Allergy Immunol. 2015;166(1):77-80. 
[May25, 2015]

ผู้ที่แพ้ยา cephalosporin แบบเฉียบพลัน สามารถเลี่ยงไปใช้ยา cephalosporins ชนิดอื่นๆได้


นักวิจัยจากอิตาลีทำการศึกษาในผู้ที่มีประวัติแพ้ยา cephalosporins แบบเฉียบพลันและมีผล skin test เป็นบวก จำนวน 102 ราย โดยเป็นกลุ่มที่แพ้ยา cephalosporins ที่ใช้บ่อย 73 ราย กลุ่มผู้ที่แพ้ยา aminocephalosporins 13 ราย กลุ่มที่แพ้ยา cephalosporins ชนิดอื่นๆ 7 รายและผู้ที่แพ้ยา cephalosporins อย่างน้อย 2 กลุ่ม 9 ราย และนำมา challenge ด้วย cephalosporins ชนิดอื่นที่ไม่เคยแพ้เพื่อเป็น alternative drugs (ceftibuten, cefazolin, cefaclor, cefuroxime axetil,และ ceftriaxone)  พบว่าทุกรายสามารถรับยาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่พบว่ามีการแพ้ยา cephalosporin ข้ามกลุ่ม  งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ที่แพ้ยา cephalosporins สามารถได้รับยา cephalosporin ชนิดอื่นที่มี side-chain determinants ต่างกันได้อย่างปลอดภัยหลังจากผลการทำ skin test ต่อยานั้นให้ผลเป็นลบ 
J Allergy Clin Immunol. 2015 Apr 27.
[May24, 2015]

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ชนิด exclusive breast feeding อาจไม่ช่วยป้องกันการเกิด allergen sensitization หรือป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้เมื่อติดตามจนเด็กมีอายุ 7 ปี

การศึกษาชนิดติดตามไปข้างหน้าในเด็กจำนวน 335 ราย ที่อยู่ใน the Copenhagen Prospective Study on Asthma in Childhood2000 birth cohort จากเดนมาร์ค ในมารดาที่มีประวัติเป็นโรคหืด  ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่มี exclusive breast feeding กับ allergen sensitization ด้วยการตรวจ specific IgE และ skin test ต่อสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยในอาหารและอากาศเมื่อติดตามจนเด็กมีอายุ 6 ปี หรือมีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ภาวะหืดหรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (eczema, wheeze/asthma และ allergic rhinitis) เมื่อเด็กมีอายุ 7 ปีแต่อย่างใด

รับสมัครงาน ตำแหน่ง ผู้ช่วยวิจัยเต็มเวลา (full time) 

วุฒิการศึกษาปริญญาตรีหรือปริญญาโท สาขาเทคนิคการแพทย์ หรือ วิทยาศาสตร์ชีววิทยา หรือสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อทำงานวิจัยทางห้องปฏิบัติการด้านภาวะการแพ้ยา โรคภูมิแพ้ และความผิดปกติทางภูมิคุ้มกัน

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ รศ. นพ. เจตทะนง แกล้วสงคราม หรือ ดร. สุณี ศิริวิชยกุล
โทร. 02-2564152 ตึก อปร ชั้น 10 ห้อง 1010/5 คณะแพทย์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย หรือส่งประวัติส่วนตัวมาได้ที่ Jettanong.K@chula.ac.th


รับสมัครนิสิตปริญญาเอกรับทุน คปก.


รับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอกใน หลักสูตรวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (PhD. Program in Medical Sciences) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และนักวิจัยระดับหลังปริญญาเอก (postdoctoral fellow) เพื่อทำการวิจัยเรื่อง breakdown of immune tolerance in drug hypersensitivity reactions และพัฒนา in vitro techniques for diagnosis of severe cutaneous adverse drug reactions โดยมีทุนสนับสนุนจาก ทุนผู้ช่วยวิจัยโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (ทุนคปก) และ ทุนสนับสนุนการศึกษาและวิจัยจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย  สนใจติดต่อได้ที่ Jettanong.K@chula.ac.th



การค้นพบ mast-cell-specific receptor ที่สำคัญต่อการเกิด pseudo-allergic drug reactions


นักวิจัยจาก Johns Hopkins University และคณะ ค้นพบว่า Mrgprb2  ซึ่งเป็น secretagogue receptors บน mast cells  ในหนู mice ที่เป็น orthologue คล้ายคลึงกับ G-protien-coupled receptor MRGPRX2 ในมนุษย์ เป็น receptor ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดปฏิกิริยาแพ้ยาชนิด pseudo-allergic reactions โดยพบว่ายาหลายชนิดที่ทำให้เกิดการแพ้ชนิด anaphylactoid อาทิเช่น atracurium และ ciprofloxacin เป็นต้น สามารถก่อให้เกิด mast cell activation ผ่านการกระตุ้น receptor ดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องมี drug-specific IgE แต่อย่างใด
Nature. 2014 Dec 17.
[December22, 2014]